สิวอุดตันเกิดจากอะไร พร้อมวิธีรักษาสิวอุดตันแบบเด็ดขาด

ถ้าพูดถึงปัญหาของผิวหน้าที่คอยรังควานเรามาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ก็คงนี้ไม่พ้นปัญหาเรื่องสิวที่ยังคงสร้างความรำคาญใจและทำให้เราสูญเสียความมั่นใจอยู่เสมอ สาเหตุของการเกิดสิว ส่วนหนึ่งเกิดปัจจัยหลายๆอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ในขณะที่อีกส่วนก็อาจจะเกิดจากการเข้าใจปัญหาสิวที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการดูแลรักษาที่ผิดวิธี และส่งผลให้สิวทวีความรุนแรงขึ้น

แล้ววันนี้เราจะมาเปลี่ยนปัญหาสิว ให้เป็นแค่เรื่องสิวๆ สำหรับทุกคน เพราะเราจะพาคุณมาทำความรู้จักและทำความเข้าใจเรื่องสิวอย่างถูกต้อง รวมถึงแนะนำวิธีการรักษาสิวและดูแลผิวหน้าให้เนียนใส ห่างไกลจากสิว

สิวอุดตันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

สิว เกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมันบริเวณผิวที่ผลิตเอาไขมันออกมามากเกิน พอเกิดไขมันส่วนเกิน ไขมันเหล่านั้นก็ไปจับตัวกับสิ่งสกปรกต่างๆที่ตกค้างอยู่ภายในรูขุมขน อาทิ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ฝุ่นละอองต่างๆ จนเกิดการอุดตันและกลายเป็น “สิวอุดตัน ( Non-Inflammatory Acne) หรือ  Comedoneซึ่งถ้าหากบริเวณที่เกิดสิวอุดตันมีเชื้อแบคทีเรีย P.acne อยู่ แบคทีเรียตัวนี้ก็จะไปกระตุ้นความรุนแรงของสิวให้มากขึ้น นำไปสู่การเกิด สิวหัวแดง หรือสิวอักเสบ (Inflammatory Acne) ได้ในที่สุด

สิ่งที่กระตุ้นในการเกิดสิว

จากที่กล่าวไว้ข้างต้น การเกิดสิวเกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมันที่ผลิตไขมันส่วนเกินออกมา (Seborrhea) ซึ่งสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความผิดปกตินี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ นั้นคือ สิ่งกระตุ้นที่เกิดจากปัจจัยภายในและสิ่งกระตุ้นที่เกิดจากปัจจัยภายนอก

1.สิ่งกระตุ้นที่เกิดจากปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นมาจากภายในร่างกายของเรา เช่น ระดับฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนที่มีผลในการกระตุ้นต่อมไขมัน คือ “ฮอร์โมนเพศแอนโดรเจน” ซึ่งจะหลั่งมากช่วงวัยรุ่น ทำให้เกิดสิวได้ง่ายในช่วงวัยนี้ นอกจากเรื่องฮอร์โมนก็ยังมี เรื่องของกรรมพันธุ์ การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน เป็นต้น

2.สิ่งกระตุ้นที่เกิดจากปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นมาจากภายนอกร่างกายของเรา เช่น ยาหรือครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง สภาพแวดล้อม อากาศ ความเครียด รวมถึงอาหารที่รับประทานด้วย

ยาหรือครีมบำรุง – ยาบางชนิดมีฤทธิ์ในการกระตุ้นฮอร์โมน เป็นเหตุทำให้เกิดสิวได้ ในขณะที่ครีมบำรุงบางตัวก็มีส่วนผสมของ oil ที่อาจทำให้เกิดไขมันส่วนเกิน เพิ่มโอกาสการเกิดสิวอุดตัน

เครื่องสำอาง – สิวที่เกิดจากเครื่องสำอางเกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ การอุดตันของเครื่องสำอางในรูขุมขน อาจจะเพราะล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด กับ สาเหตุจากการแพ้ส่วนประกอบบางอย่างที่อยู่ในเครื่องสำอาง เช่น น้ำมัน สารให้ความชุ่มชื่น น้ำหอม เป็นต้น  เป็นผลให้เกิดสิวอุดตัน หรือสิวอักเสบ

ความเครียด – ถึงแม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุชัดเจนว่าความเครียดสามารถเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว แต่ก็มีงานวิจัยบางเล่มที่พูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและความรุนแรงของสิว ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนความเครียดที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเยอะขึ้น

สภาพแวดล้อม – เพื่อนๆเคยสังเกตบ้างไหม เวลาเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เย็นสบาย ผิวหนังเรามีโอกาสเกิดสิวน้อยลง เปรียบเทียบกับถ้าเราอยู่ในพื้นที่ๆมีอากาศร้อน อย่างบ้านเรา นั้นเป็นเพราะผิวที่แห้งจากการโดนแสงแดด จะทำให้เกิดการกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันส่วนเกินมากขึ้น เป็นเหตุของการเกิดสิวได้ง่าย

อาหาร – มีงานวิจัยจากหลายสถาบันระบุว่า อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณที่สูง เช่น เค้ก ขนมหวาน และอาหารที่มีนมเป็นส่วนผสม สามารถทำให้เป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดสิวได้ เนื่องจากสองสิ่งนี้ มีสารที่สามารถไปกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเอนโดรเจน ที่ไปกระตุ้นการผลิตไขมันส่วนเกินอีกที

มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆคงจะพอเข้าใจสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวกันดีขึ้นแล้ว คราวนี้เรามาลองเจาะลึกกันต่อว่า  สิวแต่ละประเภทว่ามีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร โดยที่บทความนี้ เราจะลงลึกในเรื่องของสิวอุดตัน ซึ่งเป็นประเภทสิวที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาสิวทั้งหมด

รู้จักหน้าตาของ “สิวอุดตัน”

สิวอุดตัน คือสิวที่ยังไม่เกิดการอักเสบ สาเหตุหลักเกิดจากอุดตันของไขมันและสิ่งตกค้างภายในรูขุมขน โดยลักษณะของสิวอุดตันจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือสิวอุดตันหัวปิด และสิวอุดตันหัวเปิด

  • สิวอุดตันหัวปิด (Close Comedone) จะเป็นมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีขาว ซึ่งเป็นผลจากการอุดตันของไขมันส่วนเกินในรูขุมขน
  • สิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedone) จะเป็นมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีดำ เป็นผลจากการอุดตันของไขมันส่วนเกินร่วมกับสิ่งสกปรก เส้นขนต่างๆ ในรูขุมขน จนเกิดเป็นสีดำขึ้นตรงหัวสิว หรือที่หลายคนเรียกว่า “สิวหัวดำ”

โดยที่สิวทั้งสองประเภทนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสิวอักเสบ และหากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา หรือไปทำการแกะ หรือไปบีบ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและสามารถกลายเป็นสิวอักเสบได้ในที่สุดเช่นกัน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ หากพบสิวอุดตันทั้งสองประเภทนี้เกิดขึ้นที่บริเวณใด ควรรีบรักษากันแต่เนิ่นๆ ก่อนจะเกิดการอักเสบและทิ้งรอยแผลไว้ในที่สุด

วิธีรับมือกับ“สิวอุดตัน” อย่างถูกวิธี

ในสมรภูมิรบ แม่ทัพย่อมต้องรู้จักสร้างกลยุทธ์ทั้ง “เชิงรุก” และ “เชิงรับ” เพื่อไม่ให้กองกำลังเกิดการเสียเปรียบศัตรู ถ้าเปรียบสิวอุดตันเป็นศัตรู กลยุทธ์เชิงรุก ก็คือการรักษาสิว หลังจากสิวเกิดขึ้นแล้ว ในขณะกลยุทธ์เชิงรับ คือ การป้องกันการเกิดสิว นั้นเอง

วิธีป้องกันการเกิดสิวอุดตัน

การป้องกันการเกิดสิวที่สามารถทำเองได้ เริ่มต้นได้ง่ายๆเพียง 4 ขั้นตอน

  1. ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่มีการออกแดด และควรใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของ oil เพื่อลดความมันของใบหน้า
  2. ไม่ใช้เครื่องสำอางหรือครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน
  3. ล้างหน้าให้สะอาด ควรล้างหน้าด้วยโฟมเพื่อเป็นการขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองต่างๆ ออกจากผิวหน้า
  4. ใช้ครีมที่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้ ซึ่งควรเลือกใช้ครีมที่ส่วนประกอบของสาร AHA (Glycolic acid) ที่มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และ BHA (Salicylic acid) ที่ช่วยละลายไขมันในรูขุมขน

นอกจากการดูแลผิวหน้าด้วย 4 ขั้นตอนแล้ว อย่างที่รู้กันว่าก็ยังมีปัจจัยภายนอกอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดสิวได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งใดที่เราจะไม่สามารถควบคุมได้ ก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงเช่น การโดนแสงแดด ความเครียด เป็นต้น แต่ทว่าต่อให้เราจะป้องกันการเกิดสิวดีแค่ไหน สิวก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และเมื่อเวลานั้นมาถึง ก็อย่าได้กังวลและให้ทำการรักษาตามขั้นตอนต่อไป

วิธีรักษาสิวอุดตัน

ในการรักษาสิวทั่วไปสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการทายาและรับประทานยา ซึ่งสำหรับสิวอุดตันที่จัดเป็นสิวที่ยังไม่เกิดการอักเสบ ความรุนแรงต่ำ ทำให้ส่วนใหญ่รักษาด้วยวิธีทายามากกว่ารับประทานยา ซึ่งแน่นอนว่า ยาที่จะมารักษาสิวอุดตัน ควรเป็นยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดหรือสะลายการอุดตัน หรือมีสารสำคัญที่ช่วยในการชะลอการเกิดไขมันส่วนเกิน การเร่งผลัดเซลล์ผิว เป็นต้น

โดยปกติถ้าเกิดสิวอุดตันที่เริ่มเป็นตุ่มเห็นได้ชัด แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าจะแนะนำให้ใช้ยาแต้มสิวกลุ่มต่างๆ โดยกลุ่มที่ได้รับความนิยมจะได้แก่

  • ยากลุ่ม Benzoyl peroxide ที่ช่วยลดการเกิดสิว ลดการอักเสบ มีฤทธิ์หลักๆในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม acne ที่สามารถนำไปสู่การอักเสบของสิว
  • ยากลุ่ม Retinoic acid สารสกัดจากวิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการสะลายไขมันที่อุดตันให้อ่อนตัว และหลุดออกมา

ยาทั้ง 2 กลุ่มนี้เป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด อาจมีผลข้างเคียงตามมาเช่น ทำให้ผิวแห้ง ผิวลอก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงวิธีการรักษาสิวเบื้องต้นเท่านั้น และใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ในการทำให้สิวนั้นหายสนิท แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบให้สิวอยู่บนใบหน้านานๆ ส่งผลต่อความมั่นใจ ทางรมย์รวินท์ คลินิก มีบริการรักษาสิวให้ดีขึ้นและหายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันใจ ครบจบในโปรแกรมเดียว ตั้งแต่การกดสิว ฉีดสิว ทำมาส์กฟื้นฟูผิวหน้าและจบด้วยการทำทรีตเมนต์ เพื่อปรับสมดุลและผลัดวิตามินเข้าผิว
สอบถามได้ที่เบอร์ 080-1539000 หรือ Line @Romrawinclinic เพื่อขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี!