Showing all 6 results


ฉีดฟิลเลอร์

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังฝ่อลง ทำให้ผิวที่เคยเต่งตึงหายไป กลายเป็นร่องลึก การดูแลตัวเองด้วยครีมบำรุงอาจช่วยได้บ้าง แต่เห็นผลช้าและไม่ชัดเจน ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ รวมไปถึงในเรื่องการปรับรูปหน้า ใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มในส่วนที่ขาดให้ดูสวยขึ้น ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์คือการฉีดสารไฮยารูโรนิกแอซิดซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกายของเรา เข้าไปตามบริเวณต่าง ๆ เช่น ริมฝีปาก คาง ร่องแก้ม หรือขมับ เพื่อเติมเต็มรูปหน้าให้ดูสวยเข้ารูปมากขึ้น โดยเมื่อฉีดเข้าไปแล้วฟิลเลอร์จะมีอายุอยู่ได้ราว 1 – 2 ปี ก่อนจะสลายไปตามธรรมชาติ ซึ่งนับว่าปลอดภัยมาก ทั้งนี้หลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้วควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยตรง เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่จากบริเวณที่ฉีดไปและเสี่ยงต่อการอักเสบของผิวได้ นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อนโดยตรง ในช่วง 48 ชั่วโมง เพราะจะส่งผลต่อการเซ็ตอัปตัวของฟิลเลอร์นั่นเอง และเนื่องจากหลังจากฉีดฟิลเลอร์ไป ผิวของเราจะมีความเซ็นต์สิทีฟมากเป็นพิเศษ จากรอยเข็ม การโดนความร้อนจึงอาจทำให้เกิดรอยแดง ระคายเคือง หรือผื่นได้

ฟิลเลอร์ของแท้ดูอย่างไร ?

ในปัจจุบันฟิลเลอร์มีหลากหลายยี่ห้อให้เราเลือกสรร โดยฟิลเลอร์แท้จะต้องสามารถตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตได้โดยตรงและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 18 – 24 เดือน แต่นอกจากยี่ห้อแล้ว จะสวยทั้งทีต้องสวยอย่างหายห่วง เราจึงต้องเลือกรับบริการจากคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือด้วย!

บริเวณต่าง ๆ ที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ และยังเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาของคนมองที่สุดจุดหนึ่งบนใบหน้า ผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะบริเวณใต้ตาก็เช่นเดียวกัน เพราะมันเป็นตัวสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าไม่ว่าจะจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดและความดูร่วงโรยแห่งวัย ซึ่งในหลาย ๆ คนอาจมีมาตั้งแต่เกิดและดูแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ทำให้ดูเสียบุคลิก และทำให้หลายๆ คนสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นอีกทางเลือกนึง ที่จะช่วยทำให้บริเวณที่มีปัญหารอบดวงตาดูสดใสขึ้นได้ ปัญหาใต้ตาเกิดขึ้นได้ทั้งสาเหตุจากกรรมพันธุ์ อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยกระตุ้นให้แย่ลงจากภายนอก เช่น การขัดถูผิวรอบดวงตาอย่างรุนแรง การนอนหลับพักผ่อนไม่พอ การชอบหรี่ตาหรือขยี้ตา เป็นต้น การฉีด Filler ใต้ตาจึงช่วยแก้ปัญหาใต้ตาแบบไม่ต้องผ่าตัดได้ในหลาย ๆ กรณี ดังนี้

ปัญหาร่องใต้ตา

เหมาะกับคนที่มีเงาดำที่เกิดจากความเป็นร่องบริเวณใต้ตา เมื่อฉีดใต้ตาเติมร่องให้เต็มขึ้น ทำให้เงาดำหายไป จะทำให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน

ปัญหาร่องและถุงใต้ตา

เหมาะกับคนที่มีถุงไขมันใต้ตาในระดับที่ไม่รุนแรงต้องการฉีดบริเวณร่องใต้ถุงเพื่อบดบังความเป็นถุง เกลี่ยให้ผิวดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นในระดับที่รุนแรงมาก อาจฉีดกลบได้ไม่เรียบเนียนเท่าคนที่มีถุงใต้ตาในระดับที่รุนแรงน้อย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนทำการรักษา

ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ

เหมาะกับคนที่มีผิวใต้ตาดำคล้ำที่เกิดจากผิวใต้ตาบางจนมองเห็นสีของกล้ามเนื้อรอบตาและเส้นเลือดดำใต้ผิว

ปัญหาริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นและผิวแห้งบริเวณใต้ตา

ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็ก ๆ สามารถนำมาฉีดเกลี่ยที่ผิวชั้นตื้น ๆ บริเวณใต้ตา ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและอุ้มน้ำ ทำให้ริ้วรอยใต้ตาดูจางลง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ส่วนมากแล้วการฉีด Filler ใต้ตาสามารถอยู่ได้โดยเฉลี่ยราว 3 – 6 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ประเภทของฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด รวมถึงเทคนิคของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน

ใต้ตาเป็นบริเวณที่ค่อนข้างบอบบาง หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาจจะมีอาการบวมแดงบ้าง เนื่องจากรอยเข็ม ในระยะ 2-3 วันแรก หลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการฉีด ประเมินปัญหาได้อย่างถูกต้องและรู้จักกายวิภาคบริเวณที่จะฉีดอย่างดี เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์ที่ใช้ควรเป็นสารธรรมชาติที่มีในร่างกายเรา เช่น สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (hyaluronic acid) เพื่อการสลายได้ตามธรรมชาติไม่ตกค้าง หลังฉีดอาจเกิดการบวมและช้ำบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหายเองได้ใน 3 - 7 วัน ผลข้างเคียงที่พบได้หากฉีดไม่ถูกวิธี เช่น ผิวหนังบริเวณที่ฉีดขาดเลือดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด และอาจส่งผลให้ฟิลเลอร์ไหลเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณลูกตา ซึ่งอาจส่งผลให้ตาบอดได้ หากได้รับการแก้ไขไม่ทัน ดังนั้นจึงควรเลือกฉีดฟิลเลอร์โดยพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานบริการที่สะอาดและได้มาตรฐาน, ทำโดยแพทย์ผู้มีความรู้และประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติ

เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี

การเลือกคลินิกเสริมความงาม ที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรพิจารณาจากคลินิกเสริมความงามที่มีแพทย์ผู้ชำนาญและเป็นคลินิกที่เชื่อถือได้ เนื่องจากบริเวณใต้ตา เป็นบริเวณที่ผิวมีความบอบบาง การจะฉีดฟิลเลอร์ตาแล้วออกมาสวยงาม จึงขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์และการเลือกใช้ชนิดของฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาด้วย

การฉีดฟิลเลอร์คาง

บริเวณคาง เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์คางทำให้เราสามารถมีคางสวย ปรับแต่งทรงให้รับกับรูปหน้าได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดศัลยกรรม

ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม ?

ปัญหาที่หลาย ๆ คนกังวล คือฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้ว จับตัวเป็นก้อน ทำให้ใบหน้าผิดรูป ซึ่งปัญหาดังกล่าวมักเกิดจากประสบการณ์ของแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดของฟิลเลอร์ที่จะฉีด โครงสร้างทางสรีระวิทยาของร่างกายมนุษย์ รวมถึงสามารถดีไซน์รูปหน้าให้เหมาะสมกับคนไข้ได้ นอกจากนี้ปัญหาการฉีดฟิลเลอร์คางแล้วเป็นก้อนอาจเกิดจากการฉีดผิดชั้นผิว ผิดตำแหน่งได้อีกด้วย

วิธีการแก้ไขฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นก้อน

การฉีดสลายฟิลเลอร์

วิธีนี้เหมาะสำหรับการแก้ไขฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid ตัวยาที่ใช้ฉีดสลายคือ Hyarulonidase : HYAL ทั้งนี้การฉีดสลายฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาที่ใช้สลายนี้ไปทำลายเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ ได้ โดยมักเห็นผลภายใน 1 – 3 วัน และหากต้องการฉีดใหม่ ควรทิ้งระยะเวลาประมาณ 5 – 7 วันหลังฉีดสลาย

การขูดฟิลเลอร์

วิธีนี้เป็นการสลายฟิลเลอร์สำหรับคนไข้ที่ใช้ฟิลเลอร์ประเภทที่ไม่สามารถสลายเองได้ เช่น Polyamine หรือ Hydrofilic Gel แต่ข้อเสียคือจะสามารถขูดออกได้เพียง 60 -70 % เท่านั้นไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด

การทำศัลยกรรมผ่าตัด

วิธีนี้เป็นการแก้ไขสำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภทซิลิโคนเหลว ที่เป็นก้อนและเกาะตัวแข็งจนเป็นพังผืด ทั้งนี้วิธีการนี้ก็ไม่สามารถเอาฟิลเลอร์ออกได้ทั้งหมดเช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์คาง นอนตะแคงได้ไหม? และมีข้อห้ามอย่างไรบ้าง

สำหรับประเด็นที่น่ากังวลซึ่งเราอาจได้เห็นกันบ่อย ๆ ว่าหลังจากฉีดฟิลเลอร์คางแล้ว นอนตะแคงได้ไหม ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถนอนตะแคงได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดด้วย หากกังวลก็ควรละเว้นไปสัก 1 – 2 สัปดาห์ หลังจากฟิลเลอร์เข้าที่แล้วก็สามารถนอนท่าต่าง ๆ ได้ตามปกติ

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ปริมาณที่ใช้ รวมถึงความชำนาญของแพทย์ ราคาจะแตกต่างกันไป

จะฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ไหนดี

ฟิลเลอร์คางเป็นส่วนที่ต้องฉีดให้เหมาะสม รับกับใบหน้า จึงจะออกมาสวยงามดังนั้นจึงควรปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญก่อนจะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์คาง ที่รมย์รวินท์คลินิก มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นบริเวณที่หลาย ๆ คนไม่ค่อยทราบว่าสามารถฉีดได้ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับรูปทรงให้ได้สัดส่วน และสามารถแก้ไขปัญหาหน้าผากยุบ บุ๋ม แบน หรือมีริ้วรอยร่องลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ไม่เจ็บ และราคาไม่แพงเท่าการผ่าตัด แต่ทั้งนี้อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณมากกว่าบริเวณอื่น เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทั้งนี้แพทย์ที่ฉีดควรมีประสบการณ์ในการประเมินใบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และหน้าผากจะได้เรียบเนียนไม่เป็นคลื่น

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก บวมกี่วัน

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผาก อาจจะมีการบวมในระยะ 2-3 วันหลังทำการฉีด และอาการบวมจะค่อยๆดีขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อันตรายจริงหรือ ?

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณส่วนบนของใบหน้า การฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญเพียงพอ อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาอันตรายตามมาได้ การเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ควรเลือกฉีดกับคลินิกเสริมความงามที่มีความน่าเชื่อถือ และฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อจะได้มีหน้าผากที่สวยรับกับใบหน้า และมีความปลอดภัยด้วย

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะกับใคร ?

⦁ ผู้ที่มีหน้าผากแบนไร้มิติ ⦁ ผู้ที่มีรอยแผลเป็น ⦁ ผู้ที่มีหน้าผากดูยุบ มีแนวกะโหลกชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส ไม่อิ่มเอิบ

จะเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ไหนดี ?

⦁ คลินิกที่แพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ ⦁ คลินิกที่ได้รับมาตรฐาน มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง และมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ ⦁ คลินิกที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แท้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

อีกหนึ่งบริเวณฮิตที่เป็นที่นิยมมาก ๆ ในการฉีดฟิลเลอร์ คงจะเป็นบริเวณใดไปไม่ได้ นอกจากบริเวณร่องแก้ม ซึ่งคนส่วนใหญ่มักต้องเผชิญกับปัญหาร่องแก้มที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย มีริ้วรอย ร่องลึก ที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิว โดยริ้วรอยที่ปรากฏมักเป็นเส้นยาว โค้งลงมาถึงมุมปาก และมักลึกขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การยุบตัวของกระดูกใต้ตา กระดูกร่องแก้ม ผิวแห้ง การแสดงออกทางสีหน้า ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะและเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีและอยู่ได้นานราว 12 - 18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

ปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?

⦁ การยุบตัวของกระดูกบริเวณใต้ตาและร่องแก้ม ⦁ ผิวแห้ง ⦁ การแสดงออกทางสีหน้า

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาเท่าไหร่

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาจะขึ้นอยู่กับฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และความลึกของร่องแก้ม โดยที่แพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และแนะนำการเลือกใช้ฟิลเลอร์เพื่อให้เหมาะสมที่สุดกับปัญหาร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม บวมกี่วัน อันตรายหรือไม่ ?

จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้มถือเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ปลอดภัยมาก แต่อาจจะมีการบวมหลังการฉีดฟิลเลอร์บ้าง โดยอาจจะบวม 1-2 วัน แล้วจะค่อยๆดีขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ รวมถึงการเลือกใช้ชนิดฟิลเลอร์ของแพทย์ด้วย เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์นั้นจะสามารถประเมินสาเหตุของการเกิดปัญหาและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า โดยในบางกรณีที่แพทย์ไม่เชี่ยวชาญอาจทำให้ร่องแก้มลึกกว่าเดิม ดูเป็นก้อนแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี

เมื่อตัดสินใจจะฉีดฟิลเลอร์ ควรพิจารณาเลือกคลินิกเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้ชำนาญการให้บริการฉีดฟิลเลอร์ และสามารถตรวจสอบได้ ว่าฟิลเลอร์ที่ใช้นั้นเป็นฟิลเลอร์แท้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เห็นผลอย่างไร ?

โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้มจะสามารถเห็นผลได้ทันที และคงอยู่ได้นานราว 12 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อที่แพทย์เลือกใช้ ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เมื่อครบตามกำหนดแล้ว สารเติมเต็มดังกล่าวจะสลายไปได้เองตามธรรมชาติ 100 % นอกจากนี้หลังฉีดยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย

ผู้ที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

⦁ ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้มลึก จากอายุที่มากขึ้น ⦁ ผู้ที่อายุยังน้อย แต่ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ทำให้ขาดความมั่นใจ ⦁ ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และต้องการให้เห็นผลทันที

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

⦁ ผู้ที่ตั้งครรภ์ ⦁ ผู้ที่มีภาวะอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่ต้องการฉีด ⦁ ผู้ที่เคยมีประวัติในการแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์ ⦁ ผู้ที่แพ้ยาชา ⦁ ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

⦁ งดยาในกลุ่มแอสไพรินและ NSAIDs ก่อนทำ 1 สัปดาห์ ⦁ งดวิตามินบางชนิด 1 สัปดาห์ก่อนทำ ⦁ หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้เป็นประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

⦁ สามารถแต่งหน้าบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ตามปกติ ⦁ ภายใน 48 ชั่วโมง ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ หรือตากแดดร้อน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงบริเวณร่องแก้มได้ ⦁ ไม่นวดหรือคลึงบริเวณร่องแก้ม เนื่องจากจะทำให้ตัวยาเคลื่อนตำแหน่ง ⦁ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ⦁ ในช่วง 4 วันแรก ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ⦁ ภายใน 2 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้ม ควรงดการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน และงดการอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า รวมถึงการทำ RF

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ แก้มตอบเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

⦁ พันธุกรรม ⦁ อายุที่เพิ่มมากขึ้น ⦁ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว ⦁ การทำฟัน ⦁ การฉีดโบท็อกซ์ หรือการปรับรูปหน้าด้วยวิธีต่าง ๆ

ผู้ที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

⦁ ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบจนเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส ⦁ ผู้ที่อยากมีใบหน้าอิ่มเอิบขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด และทำให้เห็นผลเร็วขึ้น

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

⦁ การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ เป็นการแก้ไขปัญหารูปหน้าเฉพาะจุดด้วยการใช้สารเติมเต็มประเภท HA ที่มีความปลอดภัยสูง ⦁ เห็นผลหลังทำทันที ⦁ สามารถปรับรูปหน้าได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น ⦁ อาจมีอาการบวมแข็งเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด โดยอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 2 – 3 วัน ⦁ เห็นผลเต็มที่ภายใน 2 สัปดาห์ ⦁ ฟิลเลอร์แก้มตอบจะสลายไปเองตามธรรมชาติ โดยระยะเวลาที่สลาย ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ⦁ จะฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบที่ไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความเชี่ยวชาญของแพทย์ จะทำให้การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้มตอบ เห็นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์จมูก เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่เรามักได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าสามารถช่วยปรับรูปจมูกให้สวยได้ดั่งใจ และเป็นธรรมชาติหลายๆท่านอาจจะกำลังลังเลว่าจะฉีดฟิลเลอร์จมูกดีไหม แต่จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่อยากปรับแต่งบริเวณจมูกให้สวยได้รูปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากการผ่าตัดเสริมจมูกจะให้ผลที่อยู่ได้นานกว่า สวยกว่า และไม่แนะนำในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีการวางแผนจะผ่าตัดเสริมจมูกในอนาคต ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการยึดเกาะของแท่งซิลิโคนได้อีกด้วย

การฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม ?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามักได้เห็นปัญหาของการฉีดฟิลเลอร์จมูกกันมากมาย โดยส่วนมากจะเป็นเคสที่ตาบอดหลังจากฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก นั่นเป็นเพราะว่าด้านข้างของสันจมูกจะมีเส้นเลือดชื่อ Dorsal nasal artery เชื่อมต่อเข้ากับดวงตาของเรา การฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์อาจทำให้เข็มและเนื้อฟิลเลอร์ไปโดนในบริเวณนี้ได้ หากตัดสินใจจะฉีดฟิลเลอร์จมูกที่ไหนดีแล้วจึงควรเลือกทำหัตถการกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์และคลินิกที่ได้รับมาตรฐานเท่านั้น จะได้สวยอย่างปลอดภัย!

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก

⦁ บวมช้ำน้อย ⦁ เห็นผลลัพธ์ทันที ⦁ เหมาะสำหรับคนที่มีฐานจมูกอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ⦁ หากผลลัพธ์ไม่พอใจ สามารถฉีดเพิ่ม หรือฉีดสลายได้

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูก

⦁ หากทำหัตถการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์น้อย หรือไม่มีประสบการณ์มากพอ อาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นตาบอดได้ ⦁ หากเลือกใช้ประเภทของฟิลเลอร์ที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ทรงจมูกผิดเพี้ยนไปจากความต้องการได้ การฉีดฟิลเลอร์จมูกเหมาะกับใครบ้าง ? ⦁ ผู้ที่จมูกไม่มีสัน เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วจะทำให้รูปทรงจมูกดูคมมากขึ้น ⦁ ผู้ที่จมูกผิดรูป หรือไม่สมส่วน

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์จมูก

⦁ หากฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว อยากเสริมซิลิโคนที่จมูก จำเป็นจะต้องขูดเอาฟิลเลอร์ออกก่อน ⦁ หากต้องการขูดฟิลเลอร์จมูกออกจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและประสบการณ์ของแพทย์อย่างมาก เนื่องจากเมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะมีบางส่วนของฟิลเลอร์ที่จะเข้าไปผสานกับเนื้อเยื่อบริเวณจมูกของเรา หากขูดออกหมดก็อาจทำให้เนื้อที่ดีหลุดออกไปด้วย ทำให้ผิวบริเวณจมูกไม่เรียบและเป็นคลื่นได้

หลังฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก ควรดูแลตัวเองอย่างไร

⦁ หลังฉีดทันที ไม่ควรจับบริเวณจมูก เพราะฟิลเลอร์อาจเคลื่อนตัวได้ ⦁ ในช่วง 48 ชั่วโมง งดการออกกำลังกายและโดนความร้อน ⦁ หลังฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกควรดื่มน้ำในปริมาณอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพื่อลดการบวมช้ำ และทำฟิลเลอร์ฟูอุ้มน้ำ ⦁ สามารถแต่งหน้า หรือทาครีมบำรุงได้ตามปกติ

การฉีดฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นอีกเทรนด์ความงามที่สาว ๆ ฮิตกันมากในปัจจุบัน เพราะปากถือเป็นอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญที่ทำให้สาว ๆ มีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก จะช่วยทำให้ริมฝีปากดูสวย อวบอิ่ม และยังช่วยให้ริมฝีปากดูเป็นสัดส่วน คมชัดและได้รูปมากขึ้นด้วย

การฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใครบ้าง ?

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับทุกคนทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยจะนอกจากจะเป็นการปรับรูปปากแล้ว ยังช่วยเติมเต็มร่องปาก ลดริ้วรอย ให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ริมฝีปากที่ดี คือควรมีสัดส่วนริมฝีปากบนกว้าง 1 ส่วน ริมฝีปากล่าง 1.6 หรือ 1.8 ส่วน นั่นหมายถึงว่าริมฝีปากล่างต้องใหญ่กว่า และมุมปากทั้งสองข้างตรงกัน และมีขนาดปากเหมาะสมกับขนาดของใบหน้า เช่น ใบหน้าใหญ่ ควรมีรูปปากกว้างรับกับใบหน้า ริมฝีปากบนและล่างต้องปิดสนิท

การฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ปากไม่มีความอันตรายใด ๆ เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะสามารถสลายได้ 100% ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของคลินิกด้วย ข้อควรระวัง!สำหรับผู้เข้ารับบริการที่เคยผ่านการผ่าตัดใด ๆ บริเวณริมฝีปากมาก่อน ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแลก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ปากเนื่องจากเส้นเลือดบางส่วนของคนไข้อาจเกิดเป็นพังผืด และอาจทำให้การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

การฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานมากน้อยแค่ไหน

โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก อยู่ได้นานราว 6 – 18 เดือน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย หากมีการกินอาหารที่ร้อน หรือรสจัดบ่อย ๆ ก็อาจทำให้ฟิลเลอร์ปากสลายง่ายขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน

หลังจากฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก อาจจะมีอาการบวมในระยะเวลา 2-3 วัน โดยอาจจะเกิดรอยบวมแดงเนื่องจากรอยเข็มที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก แกะ เกา เมื่อมีอาการบวม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ข้อห้ามมีอะไรบ้าง

⦁ ภายใน 12 ชั่วโมงแรก งดใช้หลอดดูดน้ำ งดทาลิปสติก และงดสูบบุหรี่ ⦁ ขยับบริเวณปากให้น้อยลงช่วง 3 วันแรกหลังฉีด ⦁ งดการออกกำลังกายหนัก ๆ ⦁ งดจูบ ⦁ ดื่มน้ำมาก ๆ ⦁ งดสัมผัสบริเวณที่ฉีด ⦁ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่ม และอาหารร้อน ๆ ⦁ ห้ามลอกหนังบริเวณริมฝีปาก

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ

การฉีดฟิลเลอร์ขมับเหมาะกับผู้ที่มีต้องการปรับรูปหน้า หรือมีปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ขมับยังสามารถช่วยยกเปลือกตาขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาเปลือกตาตกได้อีกด้วย

ขมับตอบ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

⦁ โครงสร้างกะโหลกศีรษะของแต่ละบุคคล ⦁ อายุที่มากขึ้น ⦁ โครงสร้างของผิวที่เสื่อมสภาพทั้งภายใน ภายนอก

การฉีดฟิลเลอร์ขมับเหมาะกับใครบ้าง ?

⦁ คนที่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เนื้อที่ใบหน้าบางส่วนอาจยุบหายไปด้วย การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณขมับ ก็จะช่วยให้ใบหน้าสดใสมากขึ้น ⦁ ผู้ที่มีโหนกแก้มชัด มักทำให้ขมับดูตอบ ใบหน้าดูโทรม ⦁ ผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจต้องฉีดฟิลเลอร์ขมับร่วมด้วย เพื่อให้ใบหน้าสวยเข้ารูป ⦁ ผู้ที่เริ่มมีอายุ เนื้อบริเวณขมับจะเริ่มยุบลง ขมับดูตอบ เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณดังกล่าว จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ขมับอันตรายหรือไม่ ?

จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับ ไม่ได้มีความอันตรายใด ๆ แต่การจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่ได้รับมาตรฐาน เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ และแพทย์ต้องมีประสบการณ์สูง เนื่องจากบริเวณขมับ มีเส้นเลือดที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงบริเวณลูกตาได้ และต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่ค่อนข้างเยอะ หากแพทย์ไม่ชำนาญมากพอ ก็อาจเกิดอันตรายได้ ผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ ในปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และในบางกรณีอาจเกิดผลข้างเคียงตามมาดังที่หลายคนอาจได้เคยเห็นผ่านตาในข่าวต่าง ๆ มาบ้างแล้ว ทั้งนี้ผลข้างเคียงที่สามารถพบได้บ่อย ได้แก่ อาการบวมช้ำ หรือรอยเข็มซึ่งในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการเลือกใช้เข็มให้เหมาะกับบริเวณนั้น ๆ ทั้งนี้รอยบวมช้ำ รวมถึงรอยเข็มต่าง ๆ จะสามารถหายไปได้เองภายใน 1 – 2 วัน ส่วนในกรณีที่อาจพบได้ แต่น้อยมากคือการติดเชื้อ ซึ่งสามารถพบได้ในคนไข้ที่อาจมีภูมิคุ้มกันไม่ดี หรือคลินิกไม่ได้มาตรฐาน เมื่อตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์แล้ว จึงควรเลือกคลินิก เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ รวมไปถึงตรวจสอบมาตรฐานของฟิลเลอร์นั้น ๆ ว่าเป็นของแท้หรือไม่ก่อนรับบริการทุกครั้ง