แสดงทั้งหมด 3 ผลลัพท์

ยกกระชับใบหน้า

HIFU

ยกกระชับใบหน้า

Thermage FLX

ยกกระชับใบหน้า

ULTHERAPY SPT


เปิดโลก! อยากหน้าเรียวกระชับ V-Shape ต้อง “ยกกระชับใบหน้า” ด้วยวิธีนี้เลย

ผิวหน้าหย่อนคล้อยเกินจะต้าน จะไม่ให้ยกกระชับยังไงไหว

เมื่อพูดถึงผิวหย่อนคล้อย จนต้องพึ่งวิธี “ยกกระชับใบหน้า” .. อย่าพึ่งคิดว่าปัญหาผิวเหล่านี้จะไม่เกิดกับคนอายุน้อยนะคะ แต่อายุน้อยที่ว่านี้ โดยปกติแล้วจะเป็นช่วงวัยตั้งแต่ อายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเป็นวัยที่ผิว ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทั้งการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ผิวจึงเกิดการหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา เจอมลภาวะภายนอก ทั้งฝุ่น แสงแดด UVA ตัวการร้ายทำลายผิวได้ถึงชั้นหนังแท้ รวมไปถึง ผิวขาดน้ำ ขาดการบำรุง แม้บางรายประโคมครีมบำรุงเข้าไปแค่ไหน ก็ไม่สามารถต้านกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้เลย เพราะแน่นอนว่าผิวหย่อนคล้อยนั้นเกิดจากผิวชั้นลึกที่ครีมซึมลงไปไม่ถึง

ยกกระชับ
“อยากหน้าตึง ไม่ต้องดึงเอง” ยกกระชับหน้าเรียวโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ปลอดภัยสุด!

ปัจจุบันวิธียกกระชับหน้าเด็กยังมีอีกหลากหลายวิธีที่คุณสามารถเลือกได้ ภายใต้การพิจารณาปัญหาผิวจากแพทย์ผิวหนังเป็นผู้ให้คำแนะนำ และ ทำการรักษา โดยที่เราไม่จำเป็นต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้น และ ยังได้มาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ในระดับสากล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 3 สุดยอด เทคโนโลยียกกระชับ Ultherapy SPT , Thermage FLX และ Hifu ยังคงเป็นทางเลือกทางการแพทย์ เพื่อดูแลผิวหย่อนคล้อย ให้กลับมามีผิวเฟิร์มกระชับอ่อนวัยขึ้นได้อย่างปลอดภัย


3 ทีเด็ด! Ultherapy SPT , Thermage FLX และ Hifu ยกกระชับแบบไหนดี?

เมื่อถึงเวลาที่ผิว สะท้อนความหย่อนคล้อยต้องการตัวช่วยด้วยวีธียกกระชับ คงไม่ใช่เพียง 1 ชั้นผิว ที่จะต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างแน่นอน และ ด้วยสาเหตุปัญหาผิวของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป คุณจะรู้ได้อย่างไร? ว่าผิวที่เกิดปัญหาต้องถูกซ่อมแซมในผิวชั้นไหน? และด้วยวิธีใด เรามาดูกันว่า แต่ละเทคโนโลยียกกระชับ ทั้ง 3 เทคโนโลยี Ultherapy SPT , Thermage FLX และ Hifu  นั้น มีข้อแตกต่าง และ ตอบโจทย์ปัญหาผิวคุณอย่างไร


ยกกระชับดึงหน้ายุคใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด มีหลักการการทำงานอย่างไร?

Ultherapy SPT – เป็นการยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวน์ชนิดเฉพาะเจาะจง MFU-V (The Microfocused Ultrasound with Visualization) ภายใต้อุณหภูมิที่ 65 – 75 °c ลงลึกดึงผิวได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน คือ SMAS ความลึก 4.5 mm ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับผ่าตัดดึงหน้า แพทย์จะสามารถมองเห็นโครงสร้างสภาพผิวภายในได้อย่าง Real – Time ประกอบกับเทคนิคการรักษาของแพทย์ จึงทำให้แก้ปัญหาผิวได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด ผลลัพธ์ที่แตกต่างเฉพาะบุคคล

Thermage FLX –  เป็นการยกกระชับด้วยการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุความเข้มสูง (Monopolar RF) ภายใต้อุณหภูมิที่ 45 – 67 °c แผ่กระจายลงไปยังชั้นไขมันลงลึกถึงได้ถึง 4.3 mm (เกือบถึงชั้น SMAS) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวเรียบขึ้น ร่องลึกตื้นขึ้น ผิวดูสุขภาพดีคืนสู่ผิววัยสาว

Hifu - เป็นการยกกระชับด้วยการใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวน์ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนภายใต้อุณหภูมิที่ 60 – 70 °c ซึ่งเทคโนโลยีนี้ แพทย์จะไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างสภาพผิวภายในได้จริง Real – Time แบบ Ultherapy SPT ซึ่งแพทย์อาจจะต้องมีการลดทอนพลังงานลง


ยกกระชับผิวเทคโนโลยีไหน เหมาะกับใคร?

Ultherapy SPT – ยกกระชับผิว Ulthera เหมาะกับปัญหาผิวที่มี ริ้วรอย ร่องลึกแห่งวัย ไขมันสะสมใต้ผิวน้อย โครงสร้างผิวหย่อนคล้อยตั้งแต่ชั้น SMAS ไม่สามารถพยุงกล้ามเนื้อ และ โครงสร้างผิวชั้นบนให้เต่งตึงกระชับไว้ได้

Thermage FLX – มีไขมันสะสมใต้ผิวมาก จนทำให้ผิวหย่อนไม่กระชับ มี ริ้วรอย ร่องลึกปานกลาง – มาก

Hifu – ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง

อายุเท่าไหร่ ถึงจะสามารถทำยกกระชับผิวได้?

โดยปกติแล้วการยกกระชับจะโฟกัสไปที่ปัญหาผิวของแต่ละคนเป็นหลัก และ เป็นไปตามที่แพทย์พิจารณา โดยมีเรื่องของอายุเป็นปัจจัยร่วมซึ่งจะตัวบ่งชี้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่เปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลา แต่หากพูดถึงมาตรฐานทั่วไประหว่าง อายุ และ ผิวที่เสื่อมโทรมลง สามารถสรุปได้ดังนี้

Ultherapy SPT – แนะนำให้ทำช่วงอายุ 30 ปี เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณา เนื่องจากบางราย อายุน้อย เช่น 20  เป็นต้นไป ปรากฏว่ามีปัญหาผิวมาก แนะนำให้ทำ Ultherapy SPT ตอบโจทย์ปัญหาผิวมากกว่า

Thermage FLX – 25 ปีเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาตามแต่ละปัญหาผิว

Hifu – 20 ปี เป็นต้นไป

ผลลัพธ์ของการยกกระชับ จะสามารถกู้ชีวิตโครงสร้างผิวได้ดีแค่ไหน?

แม้ทั้ง 3 เทคโนโลยีจะเป็นการยกกระชับผิวได้เหมือนกัน แต่ด้วยพลังงานที่แตกต่างกันของ Ultherapy SPT และ Thermage FLX จึงทำให้การตอบโจทย์ปัญหาผิวได้แตกต่างกัน คือ

Ultherapy SPT– โครงสร้างตั้งแต่ชั้น SMAS เกิดการหดตัว และ ยกขึ้นในแนวตั้ง พยุงชั้นผิวด้านบนถัดมาให้ยกขึ้น

Thermage FLX – ผิวเกิดการหดตัวในแนวนอน เกิดการหดตัวในลักษณะที่แคบลง ไขมันแพ็คตัวได้เล็กกว่าเดิม และ ผิวจะค่อยๆยกขึ้นในแนวตั้ง

Hifu  – กระตุ้นโครงสร้างตั้งแต่ชั้น SMAS เกิดการหดตัว และ ยกขึ้นในแนวตั้ง พยุงชั้นผิวด้านบนถัดมาให้ยกขึ้น หากมีการลดทอนพลังงานลง พลังงานจะถูกส่งตื้นขึ้น ตามการพิจารณาของแพทย์


ยกกระชับ Ultherapy SPT และ Hifu เมื่อใช้พลังงานชนิดเดียวกัน แล้วจะเลือกแบบไหนดี?

ปัจจัยในการเลือกวิธีการยกกระชับ ไม่ว่าจะด้วยวิธี Ultherapy SPT หรือ Hifu แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง และ ในเรื่องของการตัดสินใจในมุมของผู้รับบริการ นั่นคือ ผลลัพธ์ - Ultherapy SPT จะดูแลผิวได้อย่างเฉพาะเจาะจงตามปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุดมากกว่า เพราะแพทย์ผิวหนังสามารถมองเห็นการลงลึกของพลังงานสู่ชั้นผิวได้จริง เห็นปัญหาใต้ชั้นผิวจริงๆ ได้แบบ Real-Time ที่หน้าจอของเครื่อง Ultherapy SPT ส่วน Hifu พลังงานสามารถลงลึกได้เท่าๆกัน แต่ Hifu เป็นการยกกระชับแบบ Blind Treatment ตัวเครื่องจะไม่มี Function การมองเห็นโครงสร้างผิวภายใน ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ก็ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังผู้มีประสบการณ์

ความถี่ในการทำ - Ultherapy SPT จะอยู่ได้นานกว่า Hifu  โดย การยกกระชับ Ultherapy SPT เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก ไม่ค่อยมีเวลาดูแลผิว สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ส่วน Hifu เหมาะกับผู้ที่มีเวลาดูแลผิวบ่อย ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ควรทำ 3-6 ครั้ง / ปี ซึ่ง Hifu สามารถในบางรายสามารถทำได้ เดือนละครั้ง ขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพผิวของแต่ละคน

ราคา - Ultherapy SPT จะมีราคาที่สูงกว่า Hifu  แต่ผลลัพธ์ของ Ultherapy SPT อยู่ได้นานกว่า แก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า ทำแค่เพียง 1 ครั้งก็คุ้มค่าต่อโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อย


ยกกระชับ Ultherapy SPT และ Thermage FLX สามารถทำคู่กันได้ไหม?

เนื่องจากการยกกระชับใบหน้า ทั้ง Ultherapy SPT และ Thermage FLX มีการใช้พลังงานคนละชนิด โดยจะตอบโจทย์ในโครงสร้างผิวที่แตกต่างกัน แต่ยกกระชับได้เหมือนกัน ดังนี้

พลังงาน - Ultherapy SPT ใช้พลังงานคลื่นความถี่อัลตร้าซาวน์ ส่งพลังงานโฟกัสเป็นจุดๆ คล้ายการลงไปเย็บผิวได้ถึงชั้นพยุงกล้ามเนื้อ ชั้น SMAS ลงลึกถึง 4.5mm ส่วน Thermage FLX ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ RF เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนแผ่กระจายลงลึกได้ถึงชั้นไขมัน 4.3mm สลายไขมันกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ผลลัพธ์ - Ultherapy SPT จะตอบโจทย์ผิวที่หย่อนคล้อยโดยเกิดจากกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง และไขมันใต้ผิวน้อย ให้ยกกระชับในแนวตั้ง ส่วน Thermage FLX ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่มีไขมันสะสมมาก ช่วยเรื่องความเรียบเนียนของผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คนที่มีแก้ม ใบหน้าจะแคบลง เฟิร์ม กระชับขึ้น

ทำคู่กันได้ไหม? – สามารถดูแลผิวได้ทั้ง 2 เทคโนโลยี ภายในวันเดียวกันได้ หรือ หากเว้นระยะห่าง สามารถเว้นระยะห่างเป็นวันถัดมาได้ทันที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

ยกกระชับผิวแบบไหนอยู่ได้นานที่สุด?

ยกกระชับ Ultherapy SPT และ Thermage FLX ยังคงเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ด้านผิวหนังในระดับสากล และ ยังคงเป็นอายุวัฒนะให้ผิวในมุมของผู้รับบริการอยู่เสมอมา ยิ่งพลังงานลงได้ลึกตามการพิจารณาของแพทย์ภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสม ประสิทธิภาพการรักษาจะยิ่งคุ้มค่า และ อยู่ได้ยาวนาน

Ultherapy SPT - ทำครั้งเดียว อยู่นาน 1-2 ปี

Thermage FLX – ทำครั้งเดียว อยู่นาน 1-2 ปี

Hifu – ทำ 1 ครั้ง อยู่ได้ 3-6 เดือน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนไป

ยกกระชับผิว สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง?

ทั้ง 3 เทคโนโลยียกกระชับผิว หลักๆ จะสามารถรักษาผิวที่หย่อนคล้อยได้ในบริเวณที่เหมือนๆกัน ต่างกันเพียงบางบริเวณ ดังนี้
Ultherapy SPT – หน้าผาก คิ้ว หางตา ใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก กรอบหน้า เหนียง คอ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง
Thermage FLX – คิ้ว หางตา ร่องแก้ม กรอบหน้า เหนียง คอ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง ก้น
Hifu – หน้าผาก หางตา ร่องแก้ม กรอบหน้า เหนียง คอ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก

การยกกระชับหน้าเรียวเจ็บไหม?

จากประสบการณ์การยกกระชับที่ รมย์รวินท์ คลินิก ยังไม่พบว่าผู้รับบริการจะมีความรู้สึกเจ็บจนทนไม่ไหว แต่จะรู้สึกถึงพลังงานยกกระชับในขณะทำได้ดังนี้
Ultherapy SPT - ขณะทำจะรู้สึกเพียงแค่ จี๊ดๆ อุ่นๆ บางบริเวณรู้สึกถึงการถูกดึงกระตุกเล็กน้อยที่ชั้นใต้ผิว
Thermage FLX – รู้สึกอุ่นๆ ที่ชั้นใต้ผิว และ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Thermage FLX คือจะมีระบบสั่น Vibration เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเส้นประสาท ขณะทำจะผ่อนคลายขึ้น มี Pre – Post Cooling ปล่อยความเย็นสู่ผิวทั้งก่อนและ หลังส่งพลังงาน ซึ่งรุ่นใหม่ FLX จะใช้ระยะเวลาการทำที่เร็วกว่าเดิมด้วย
Hifu - ขณะทำจะรู้สึก จี๊ดๆ อุ่นๆ ภายใต้ชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ทุกการทำยกกระชับควรจะรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ลงลึกสู่ผิว

ทำยกกระชับหน้าเรียวเห็นผลจริงไหม?

ทุกการยกกระชับ หากเป็นเครื่องแท้ ดูแลผิวโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง ภายใต้คลินิกความงามที่ได้มาตรฐาน ผู้รับบริการจะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแน่นอน

Ultherapy SPT - หลังทำจะเห็นผลทันที 20% เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ จะสังเกตผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อผ่านไป ประมาณ 2-3 เดือน
Thermage FLX – หลังทำจะเห็นผลทันที 20-30% เมื่อผ่านไป 1 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
Hifu - หลังทำจะเห็นผลทันที 10% จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เมื่อผ่านไป 1 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และ แพทย์เป็นผู้ให้คำแนะนำ และ ดูแลการรักษา

ยกกระชับหน้าเรียว ปลอดภัยไหม?

เทคโนโลยียกกระชับทั้ง 3 เครื่อง ซึ่งนอกจากมีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องแล้ว แต่ละเครื่องยังได้รับการรองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ดังนี้

Ultherapy SPT – US FDA , THAI FDA
Thermage FLX – US FDA , THAI FDA
Hifu – KFDA , THAIFDA

ยกกระชับผิวทั้งที แพงไหม? ราคาเท่าไหร่?

Ultherapy SPT และ Thermage - ด้วยผลลัพธ์ที่คุ้มค่าของการยกกระชับ ทั้งในเรื่องของ ความถี่ในการทำ ที่ Ultherapy SPT และ Thermage FLX ทำเพียง  1 ครั้ง ก็สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ด้วยพลังงานที่ใช้ โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ Ultherapy SPT และ Thermage FLX จึงมีราคาที่สูงกว่า Hifu

Hifu - ราคาจะอยู่ระดับปานกลาง แต่มีการทำที่ถี่กว่า ด้วยผลลัพธ์ที่อยู่ได้ในระยะสั้นกว่า บางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ทำ 1-3 เดือนครั้ง บางราย 3-6 เดือนครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากต้องทำถี่มาก แพทย์อาจะแนะนำเป็นการทำ Ulthera SPT เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า และ ทำเพียง 1 ครั้ง/ปี

ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีใด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผู้รับบริการควรได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ ในสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ในเรื่องการนำเข้าเครื่องยกกระชับของแท้ ได้มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล