แสดงทั้งหมด 3 ผลลัพท์


รักษาฝ้า ก่อนปัญหาจะบานปลาย

ในประเทศที่อากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปีอย่างประเทศไทย ทำให้ผิวของเราต้องเผชิญกับหลากหลายปัญหา โดยหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ปัญหาฝ้า ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้เซลล์ใต้ผิวหนังของเรา สร้างเม็ดสีมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาอีกมากมายจนเสียความมั่นใจ วันนี้ Romrawin Clinic จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ‘การรักษาฝ้า’ แบบต่าง ๆ ตลอดจนวิธีการรักษาที่สามารถแก้ไขปัญหาให้ผิวของคุณกลับมาสวยกระจ่างใสไร้ฝ้ากระได้อีกครั้ง

รักษาฝ้ากระอย่างไรดี ?

ปัญหาฝ้ากระ เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวหน้าที่พบบ่อยในสาวไทย โดยฝ้ากระคือรอยด่างดำที่มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ ตลอดจนแขน และลำตัว ซึ่งจะมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล พบมากในกลุ่มคนที่มีผิวสีขาวเหลือง การวินิจฉัยเพื่อรักษาฝ้ากระต้องพิจารณาถึงสาเหตุการเกิดฝ้ากระร่วมด้วยสามารถเกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลักได้แก่ ⦁ กรรมพันธุ์ ⦁ แสงแดด สำหรับผู้ที่เป็นฝ้ากระเพราะกรรมพันธุ์มักพบได้ตั้งแต่วัยเด็กเลยทีเดียว และเมื่ออายุมากขึ้น มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องโดนแสงแดดมากขึ้น ฝ้ากระเหล่านี้ก็จะขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น และทำให้เม็ดสีเมลานินในบริเวณนั้นมีความผิดปกติ ฝ้ากระจึงจะค่อย ๆ มีสีคล้ำและมีขนาดใหญ่ขึ้น ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน ยิ่งทำให้การรักษาฝ้ากระลึกทำได้ยาก และใช้เวลายิ่งขึ้น

ไขข้อข้องใจกลุ่มคนแบบไหนที่พบฝ้ากระมากกว่ากัน

ฝ้ากระมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ราวร้อยละ 80 เพราะผู้หญิงจะมีฮอร์โมนอย่างเอสโตรเจน หรือโพรเจสเทอโรน ซึ่งมีส่วนที่จะทำให้เซลล์ไขมันใต้ผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าผู้ชาย ส่วนฝ้ากระที่เกิดจากกรรมพันธุ์มักพบในชาวยุโรปมากกว่าชาวเอเชียอย่างเรา ๆ และจากปัจจัยที่ว่ามานี่เอง ทำให้เราไม่สามารถรักษาฝ้ากระให้หายขาดได้ 100% ทำได้แต่เพียงทำให้จางลงด้วยวิธีทางการแพทย์เท่านั้น

ฝ้ากระสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่

⦁ ฝ้ากระตื้น มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อกระทบกับแสงแดดจะมีสีเข้มขึ้นได้ ⦁ ฝ้ากระลึก มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอมเทา มักจะเกิดขึ้นในชั้นใต้ผิวหนังที่บริเวณโหนกแก้ม การรักษาฝ้ากระลึกจึงใช้เวลารักษาที่ยาวนาน ⦁ ฝ้ากระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มนูน ๆ สีน้ำตาล หรือสีดำ สามารถพบได้ทั้งแบบขรุขระและแบบเรียบ พบบ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และตามลำตัว ⦁ ฝ้ากระแดด เป็นฝ้ากระที่พบได้บ่อยมากที่สุด มีลักษณะจะเป็นจุดสีน้ำตาล พื้นผิวเรียบ เกิดขึ้นได้จากการที่ผิวของเราโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับฝ้ากระประเภทต่าง ๆ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับฝ้ากระตื้น

ฝ้ากระตื้น มักพบบ่อยในชาวยุโรป แต่ชาวเอเชียก็มีพบบ้าง แต่น้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้บนหลากหลายบริเวณมากกว่าฝ้ากระประเภทอื่น ๆ บางรายอาจพบบนลำคอ แขน หรือหน้าอก ซึ่งฝ้ากระตื้นนั้นเกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนังของเราทำงานผิดปกติจากพันธุกรรม และมักเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเมื่อโตขึ้น หากยังไม่มีการป้องกันผิวจากแสงแดดอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้ฝ้ากระตื้นเหล่านี้เพิ่มจำนวนและขยายใหญ่ และยากต่อการทำการรักษาฝ้าในที่สุด

ข้อควรรู้เกี่ยวกับฝ้ากระลึก

ฝ้ากระลึกเป็นฝ้าประเภทหนึ่งที่พบได้มากในผิวคนเอเชีย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ชาวจีน และชาวไทย โดยมักพบเป็นจุด ๆ ในแต่ละบริเวณเช่นโหนกแก้ม สันจมูก และขมับ โดยมีลักษณะเป็นแผ่นสีน้ำตาล ไม่มีขอบตัด โดยฝ้ากระลึกเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดสี ที่อยู่บริเวณชั้นหนังแท้ สามารถพบได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยทีเดียว นอกจากนี้ฝ้ากระลึกอาจจะขยายตัวขึ้น หากถูกกระตุ้นด้วยรังสียูวีจากแสงแดด ตลอดจนฮอร์โมนในร่างกายของวัยรุ่ง หรือผู้หญิงช่วงตั้งครรภ์ และจะค่อย ๆ ขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับฝ้ากระเนื้อ

ฝ้ากระเนื้อ จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีน้ำตาล พบบ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก และหลัง มักจะมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ นอกจากนี้ยังอาจจะนูนหรือมีสีเข้มขึ้นได้ด้วย โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้ากระเนื้อโตขึ้น ได้แก่ อายุที่มากขึ้น และการเผชิญหน้ากับแสงแดด 2 ปัจจัยนี้จะทำให้ผิวหนังชั้นกำพร้าเจริญเติบโตได้มากผิดปกติ จนพัฒนาเป็นกระเนื้อได้นั่นเอง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับฝ้ากระแดด

สำหรับฝ้ากระแดดนั้น ไม่ได้มีอันตรายอะไรต่อผิวพรรณของเราในระยะยาว แต่เมื่อเป็นฝ้ากระแดดแล้ว ควรหมั่นสังเกตตัวเอง หากมีฝ้ากระแดดขึ้นแบบมากผิดปกติโดยเฉพาะที่บริเวณหัวไหล่หรือช่วงหน้าอก และมีสีออกคล้ำ อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งผิวหนังได้ จึงควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อตรวจและทำการรักษาต่อไป ซึ่งจริง ๆ แล้วฝ้ากระแดดสามารถทำการรักษาได้หลากหลายวิธี หากเพิ่งเริ่มเป็น สามารถรักษาได้โดยการทายาเฉพาะที่ เช่น hydroquinone, tretinoin, adaptable จะช่วยสามารถลดรอยดำได้ นอกจากนี้ยังสามารถรักษาด้วยเลเซอร์ได้ด้วย ซึ่งการรักษาส่วนใหญ่จะสามารถทำให้รอยโรคจางลงหรือหายไปได้ชั่วคราวและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ค่อนข้างบ่อย แต่ส่วนใหญ่จะมีสีที่จางลงมากกว่าก่อนการรักษาถ้าได้รับการรักษาและการดูแลแผลหลังการรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นก่อนทำการรักษาควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

วิธีการรักษาฝ้ากระจุดด่างดำอย่างได้ผลจริงและปลอดภัย

⦁ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดกระ เช่น หลีกเลี่ยงจากการให้ผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสี UV และมีค่า SPF 30 PA +++ ขึ้นไป ⦁ ยาบางชนิดที่มีฮอร์โมนเป็นส่วนประกอบ เช่น ยาคุมกำเนิด ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้ากระได้ หากมีปัญหาฝ้ากระอยู่แล้ว หรือมีความกังวลใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ยา ⦁ เลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม หากคุณอยากรักษาฝ้ากระจุดด่างดำ แต่ไม่แน่ใจว่าจะรักษาฝ้ากระที่ไหนดีที่ Romrawin Clinic เปิดให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาฝ้ากระประเภทต่าง ๆ ทั้ง อย่างครบวงจร มีหลากหลายโปรแกรมให้เลือก คลินิกได้มาตรฐาน ปลอดภัย ทุกขั้นตอนการรักษาดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์

เปิด How To รักษาฝ้าแดด แบบไหนได้ผลจริง ?

‘ฝ้าแดด’ คือฝ้าประเภทหนึ่งที่มีรอยสีคล้ำเป็นปื้นที่มักเกิดขึ้นบริเวณโหนกแก้ม คาง หน้าผาก พบมากในกลุ่มผู้หญิงที่มีช่วงอายุระหว่าง 25 -55 ปี แต่ในกลุ่มผู้ชายก็สามารถพบได้เช่นกัน และต้องยอมรับว่ายังหาวิธีรักษาฝ้าแดดให้หายขาดในปัจจุบันยังสามารถทำได้ยาก เนื่องจากว่าฝ้าแดดเกิดจากการได้รับแสง UVA และ UVB โดยตรงหรือบ่อยครั้ง และคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดได้ ทำให้เซลล์เม็ดสีในผิวหนังได้รับการกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้น ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นนั่นเอง

‘ฝ้าแดด’ เกิดจากอะไรบ้าง?

แสงแดด ขึ้นชื่อว่าฝ้าแดด ปัจจัยแรกที่ทำให้เกิดเจ้าฝ้าตัวร้ายนี้คงหนีไม่พ้นแสงแดด โดยเฉพาะแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. หากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรป้องกันผิวหน้าของตัวเองด้วยการทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอยู่เสมอ หรือพกร่ม พกหมวกติดตัว ก็จะสามารถช่วยลดปัจจัยการเกิดฝ้าแดดลงได้เป็นอย่างดี แสงสีฟ้า เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมาก นอกจากแสงแดดที่ผิวของเราต้องเผชิญ ก็ยังมีแสงจากคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม ‘แสงสีฟ้า’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าแดดได้เช่นเดียวกัน การพักผ่อนไม่เพียงพอ ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน มักทำให้เรามองข้ามเรื่องการพักผ่อนไป ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อผิวพรรณโดยตรง นอกจากการเกิดฝ้าประเภทต่าง ๆ แล้ว ยังอาจทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย ความเครียด เมื่อเรารู้สึกเครียด ร่างกายของเราจะสร้างสารอนุมูลอิสระที่ไปกระตุ้นเม็ดสีผิวให้ทำงานผิดปกติ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเกิดฝ้าแดดด้วย การดื่มน้ำที่น้อยเกินไป นอกจากการดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวพรรณแล้ว ยังจะช่วยในเรื่องการขจัดของเสียออกจากร่างกาย และช่วยลดการเกิดสิว ฝ้า ได้อีกด้วย การใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานหรือแพ้เครื่องสำอาง การใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานหรือแพ้เครื่องสำอาง อาจทำให้สารเคมีหรือสารต้องห้ามก็จะฝังลึกสะสมอยู่บนใบหน้าของเรา จนทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นสิว มีรอยดำ เป็นฝ้าได้ในที่สุด การตั้งครรภ์ เมื่อสาว ๆ ตั้งครรภ์ ปริมาณฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนไป ทั้งนี้ฮอร์โมนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดฝ้าได้ แต่หลังจากที่คลอดแล้ว ฝ้าก็จะค่อย ๆ จางลง การกินยาคุม การกินยาคุมทำให้ร่างกายของเราได้รับฮอร์โมนมากขึ้น โดยปริมาณฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปนี้จะไปกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินผิดปกติเกิดรอยฝ้าขึ้นบนใบหน้า และส่วนต่าง ๆ ตามร่างกาย หากมีอาการดังกล่าวจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อปรับเปลี่ยนยาคุม หรือเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นแทน

วิธีรักษาฝ้าแดดในระยะแรกเริ่ม

จริง ๆ แล้วหากเป็น ‘ฝ้าแดด’ ในระยะแรกเริ่มยังสามารถรักษาให้หายได้ แต่คนส่วนใหญ่มักปล่อยให้ฝ้าแดดเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีเข้ม เราจึงควรหมั่นสังเกตใบหน้าของตัวเองอยู่เสมอ ในช่วงแรกของการเป็นฝ้าแดดนั้น จะเริ่มเป็นรอยสีน้ำตาล หรือสีแดงจาง ๆ บริเวณโหนกแก้ม หลังจากนั้นสีจะเริ่มเข้มขึ้นและฝังลึก ทำให้รักษาฝ้าได้ยากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ยังควรดูแลผิวหน้าให้ดีด้วยการทาครีมที่มีส่วนผสมของสารกันแดด และต้องมี PA++ ร่วมด้วย จึงจะสามารถป้องกันการเกิดฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การเลือกใช้สกินแคร์ที่มีมาตรฐาน และผ่านการทดสอบไฮโป - อัลเลอร์เจนิก ก็เป็นสิ่งสำคัญ

วิธีแก้ฝ้าแดดให้ใบหน้ากลับมาเนียนใสอีกครั้ง

การรักษาฝ้าแดดให้หายขาดสามารถทำได้ยากมาก เนื่องจากว่าภายหลังการรักษาผ่านพ้นไป คนไข้ก็ยังต้องไปเผชิญกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ อยู่ การรักษาฝ้าแดดในปัจจุบันจึงมีค่อนข้างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นครีมลอกฝ้า การกรอผิว การใช้กรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว รวมถึงเลเซอร์ก็มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่มักทดลองเข้ารับการรักษามาหลากหลายวิธี แต่ยังไม่หายขาด และมีจำนวนไม่น้อยที่กลับมาเป็นมากขึ้น ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และมาตรฐานของคลินิกจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการรักษาฝ้าแดด ไม่ใช่เพียงการรักษาผิวหน้าทั่ว ๆ ไป เพราะคนไข้แต่ละคนอาจมีสาเหตุของการเกิดฝ้าที่แตกต่างกัน Romrawin Clinic จึงมีการออกแบบโปรแกรม NU PICO BY ENLIGHTEN เพื่อนำมาใช้รักษาฝ้าประเภทต่าง ๆ รวมถึงแก้ฝ้าแดดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการรักษาฝ้าแดดโดยไม่ทำให้ผิวเกิดความร้อน ไม่เสี่ยงต่อผิวไหม้ ปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้หากคนไข้เป็นฝ้าประเภทที่อยู่บนชั้นผิวตื้น ๆ แพทย์ผิวหนังอาจจะใช้ยาหรือครีมไวท์เทนนิ่งทา หรืออาจจะใช้การผลัดลอกเซลล์ผิวชั้นบนออกไป ก็จะช่วยให้รอยดำจางลงได้บ้าง แต่ฝ้าแดดเป็นฝ้าที่มักฝังตัวลึกเป็นปื้นอยู่ใต้ชั้นผิว การใช้ยาหรือครีมจะไม่ช่วยให้เห็นผล เพราะตัวยาจะซึมลงไปไม่ได้ถึงใต้ชั้นผิว วิธีเดียวที่จะช่วยลดเลือน และแก้ฝ้าแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการยิงเลเซอร์นั่นเอง โปรแกรม NU PICO BY ENLIGHTEN เป็นโปรแกรมที่จะช่วยรักษาปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีเมลานิน และฝ้าประเภทต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับทุกสีผิว โดยมีหลักการทำงานคือจะเป็นการใช้การส่งพลังงานแสงที่ปล่อยออกมาในระยะเวลาที่เร็วและสั้นมาก ๆ ในระดับ 1 ส่วนล้าน ๆ วินาที ทำให้สามารถที่จะทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติได้โดยไม่เกิดความร้อน ใด ๆ และยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดผลข้างเคียงเรื่องรอยดำที่อาจเกิดขึ้นหลังการรักษา ซึ่งโปรแกรมการรักษาอื่นยังไม่สามารถทำได้ โดยหลังจากแพทย์ยิงเลเซอร์ตัวนี้เข้าไปบริเวณผิว เม็ดสีจะแตกตัวออกจนละเอียดคล้ายเม็ดทราย จากนั้นร่างกายของเราจะกำจัดเม็ดสีเล็ก ๆ เหล่านี้ออกไปด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ ทำให้รอยฝ้าแดดจางลงได้ในที่สุด!

ฝ้าอีกชนิดที่พบมากในคนไทย รักษาฝ้าเลือดทำอย่างไร ?!

ฝ้าเลือดเกิดจากการขยายตัวหรือเสื่อมสภาพของเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าในชั้นหนังแท้ ทำให้เห็นรอยเส้นเลือดบนใบหน้าชัดเจนขึ้น ในบางกรณีที่เป็นมาก เส้นเลือดฝอยอาจแตก ทำให้มีเลือดกระจุกที่ชั้นผิว จนเห็นเป็นรอยเลือดสีชมพู สีน้ำตาล หรือแดงคล้ำได้ วิธีรักษาฝ้าเลือดจึงต้องพิจาณาตามระยะของฝ้าเลือดฝ้าฮอร์โมนที่เกิดขึ้น

ไขข้อข้องใจ ทำไม ‘คนไทย’ เป็นฝ้าเลือดกันเยอะ

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ที่มีแดดแรง และมีรังสี UV ในระดับสูง

เมื่อผิวหน้าของเราต้องเผชิญมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ตลอดจนแสงแดดที่เจิดจ้าอยู่ทุกวัน ผิวของเราจะสะสมความหมองคล้ำและคล้ำเสียเอาไว้จนทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ จนเส้นเลือดฝอยถูกกระตุ้นให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้หน้าเป็นฝ้าเลือดได้ ทั้งนี้ฝ้าเลือดฝ้าฮอร์โมนพบบ่อยที่สุดในบริเวณโหนกแก้มและสันจมูก ซึ่งเป็นผิวบริเวณที่ต้องเผชิญกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากจำเป็นต้องโดนแดดแรง ๆ จึงควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. จะดีที่สุด

คนไทยมีความเชื่อเรื่อง Beauty Standard ว่า ผิวขาว = ผิวสวย!

จากสาเหตุนี้เองทำให้ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์กลุ่ม Whitening จำนวนมากถูกผลิตออกมาวางขาย หากเราไม่มีวิจารณญาณในการเลือกซื้อ อาจทำให้ผิวพังได้ง่าย ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีสารเร่งการผลัดผิว และสารอันตรายอื่น ๆ แฝงอยู่มากมาย โดยหากใช้เป็นประจำ นอกจากผิวจะไม่ขาวใสดั่งใจหวังแล้ว ยังทำให้ผิวบาง และทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณใบหน้าแตกจนกลายเป็นฝ้าเลือดอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ได้มาตรฐานมักมีสารต้องห้ามผสมอยู่

สารต้องห้ามที่ว่าก็คือสารปรอท แอมโมเนีย และสเตียรอยด์ หากใช้ต่อเนื่องติดกันราว 1 – 6 เดือน มักทำให้ผิวของเราติดสาร และหากใช้ต่อเนื่องกันเกิน 1 ปี มักทำให้ใบหน้าเกิดฝ้าเลือดได้

เกิดจากการรักษาฝ้าผิดวิธี

เมื่อเป็นฝ้า สิ่งแรกที่คนเรามักคิดคำนึงถึงก็คือหาครีมแก้ฝ้าดี ๆ สักตลับ แต่จริง ๆ แล้วการรักษาฝ้าที่ถูกวิธีนั้นควรเริ่มจากหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดฝ้าให้ได้ก่อน และค่อย ๆ รักษาฝ้าไปทีละจุด เพื่อไม่ให้ฝ้าลุกลามและรักษายากขึ้นในที่สุด

ปัญหาฝ้าเลือดกับฮอร์โมนเพศหญิง

ผศ.นพ.สุรศักดิ์ อังสุวัฒนา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อธิบายว่า การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง หมายถึง ภาวะที่ไม่มีประจำเดือน 1 ปี หลังจากอายุมากกว่า 40 ปี หรือในหญิงที่ผ่าตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้างในช่วงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นการหมดประจำเดือนโดยการผ่าตัด จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายคล้าย ๆ กับคนหมดประจำเดือนธรรมชาติ ทั้งนี้ผู้หญิงบางคนจะมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกผิดปกติ เจ็บเต้านม หรือเกิดฝ้าเลือดฝ้าฮอร์โมนที่บริเวณผิวหน้าจนใบหน้าบวมอักเสบได้ หากสาว ๆ คนไหนกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาอย่างถูกวิธี ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ครีม หรือยาทาฝ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะอาจทำให้ปัญหาฝ้าเลือดบนใบหน้าของคุณบานปลายได้

วิธีรักษาฝ้าเลือดจากต้นเหตุ

⦁ หากเป็นฝ้าจากการใช้ยาคุม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเปลี่ยนยาหรือเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดจะดีที่สุด ⦁ หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดจัด อาจมีการใช้อาหารเสริม และทาครีมกันแดดก่อนออกแดดทุกครั้ง เพื่อลดการเกิดฝ้าเลือด และทำให้ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ง่ายขึ้น ⦁ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการรักษาที่ถูกวิธี

วิธีรักษาฝ้าเลือดด้วย NU PICO BY ENLIGHTEN ที่ Romrawin Clinic เป็นอย่างไร ?

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าฝ้าประเภทต่าง ๆ รวมถึงฝ้าเลือด มีสาเหตุหลักมาจากปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีเมลานิน ทั้งนี้รอยดำ หรือรอยคล้ำ ที่มองเห็นบนใบหน้านั้น เกิดจากการที่เม็ดสีเมลานินถูกผลิตออกมามาก และมากระจุกตัวกันอยู่ใต้ผิว ทำให้บริเวณนั้นมองเห็นเป็นรอยดำ รอยคล้ำ หรือรอยสีน้ำตาลปรากฏชัดขึ้น ซี่งหากเม็ดสีเหล่านี้กระจุกตัวอยู่บริเวณชั้นหนังกำพร้า แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยตัวยา หรือการผลัดลอกเซลล์ผิวชั้นบน แต่ในกรณีฝ้าเลือด หรือฝ้าที่ฝังตัวอยู่ลึกใต้ชั้นผิว การใช้เพียงยานั้น ไม่สามารถซึมเข้าไปรักษาที่ต้นตอของปัญหาได้ การรักษาด้วยเลเซอร์จึงตอบโจทย์ที่สุด โดยเฉพาะเลเซอร์รุ่นใหม่ที่ Romrawin Clinic หรือที่เรียกว่า NU PICO BY ENLIGHTEN ซึ่งเลเซอร์รุ่นใหม่นี้สามารถช่วยรักษาความผิดปกติของเม็ดสีเมลานินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือสามารถใช้ได้กับทุกสีผิว เหมาะมาก ๆ กับคนไทยเรา มีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับเลเซอร์ตัวเดิม ๆ โดยการทำงานของ NU PICO BY ENLIGHTEN นั้นจะเป็นการยิงเลเซอร์เข้าไปเพื่อสลายเม็ดสีของฝ้าประเภทต่าง ๆ ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ให้แตกละเอียดเหมือนเม็ดทราย หลังจากนั้นร่างกายของเราจะกำจัด เม็ดสีเหล่านี้ออกไปด้วยกลไกทางธรรมชาตินั่นเอง นอกจากนี้ยังทำให้รอยจากฝ้าประเภทต่าง ๆ จางลงเร็วขึ้น เห็นผลเร็วขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ตลอดการรักษา